20 มีนาคม 2569

SCB Julius Baer เปิดหลักสูตร “Wealth Planning Series” ชูธรรมาภิบาลและการยกระดับ Family Office สู่มาตรฐานใหม่ รับมือความท้าทายบริหารความมั่งคั่งข้ามรุ่นของครอบครัวไทย
none provided

บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ จำกัด (SCB Julius Baer) บริษัทร่วมทุนระหว่างธนาคารไทยพาณิชย์ และ จูเลียส แบร์ เดินหน้าส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการวางแผนความมั่งคั่งอย่างต่อเนื่อง เปิดตัวหลักสูตรสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “SCB Julius Baer Wealth Planning Series” เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารและส่งต่อความมั่งคั่งของครอบครัวไทยอย่างเป็นระบบ ภายใต้แนวคิด “Prepare Today, Protect Tomorrow” เน้นบทบาทของธรรมาภิบาลครอบครัว (Family Governance) และการยกระดับการบริหารจัดการความมั่งคั่งของครอบครัวผ่าน Family Office อย่างมืออาชีพ รองรับโครงสร้างสินทรัพย์ที่ซับซ้อนและบทบาทของผู้นำรุ่นใหม่ที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน งานสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติจาก Julius Baer, Baker McKenzie และ Family Business Asia มาร่วมแบ่งปันมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับความท้าทายที่ครอบครัวไทยหลายรุ่นกำลังเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวของโครงสร้างสินทรัพย์ การกระจายตัวของสมาชิกครอบครัวในหลายประเทศ และความจำเป็นของการมีระบบบริหารจัดการความมั่งคั่งที่โปร่งใสและเป็นมาตรฐาน ตลอดจนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของผู้นำรุ่นถัดไป โดยงานจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ สำนักงาน Baker McKenzie ประเทศไทย

นายเอเดรียน เมซซินาวเออร์ (Adrian Mazenauer) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ จำกัด เปิดเผยว่า “ในยุคที่ครอบครัวไทยขยายการลงทุนไปทั่วโลก พร้อมกับโครงสร้างความมั่งคั่งที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้ธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่งคั่งระยะยาว ด้วยหลักสูตร “SCB Julius Baer Wealth Planning Series” เรามุ่งหวังที่จะนำเสนอกรอบแนวคิด ความเชี่ยวชาญ และมุมมองระดับสากล เพื่อช่วยให้ครอบครัวสามารถวางรากฐานของมรดกความมั่งคั่งที่ยั่งยืนและสอดคล้องกับคุณค่าของครอบครัว สะท้อนความมุ่งมั่นของเราในการเคียงข้างลูกค้าคนสำคัญในทุกเส้นทางแห่งความมั่งคั่ง ภายใต้คำมั่นสัญญา Your legacy. Our promise.”

ในช่วงเสวนาหัวข้อ “การกำกับดูแลความมั่งคั่งของครอบครัว” นางสาวเกรซ อิง (Grace Ng) กรรมการผู้จัดการฝ่ายให้คำปรึกษาด้านความมั่งคั่งของ Julius Baer กล่าวถึงความสำคัญของ ความโปร่งใสและกฎกติกาที่ชัดเจน ซึ่งช่วยลดความขัดแย้งและเพิ่มประสิทธิภาพของการส่งต่อความมั่งคั่ง ด้าน นายณวพล วิริยะกุลกิจ กรรมการผู้จัดการ Family Business Asia เสริมว่า ความไว้วางใจช่วยให้ครอบครัวสามารถพูดคุยในประเด็นละเอียดอ่อนได้อย่างเปิดเผย ตั้งแต่เรื่องการสืบทอดธุรกิจไปจนถึงการกำหนดคุณค่าร่วมของครอบครัว ทั้งสองต่างเห็นพ้องว่า “ธรรมาภิบาลที่ดีเริ่มต้นจากการสื่อสารที่จริงใจและการตกลงร่วมกันภายในครอบครัว”

none provided

ประเด็นด้านกฎหมายและภาษีเป็นอีกหนึ่งเสาหลักสำคัญในการปกป้องความมั่งคั่ง โดย นายปัญญา สิทธิสาครศิลป์ Partner (Tax and Wealth Management) บริษัท Baker McKenzie (ประเทศไทย) เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมด้านกฎหมายและภาษีตั้งแต่แรกเริ่ม โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้างการถือครองสินทรัพย์ ความเสี่ยงด้านภาษี และมาตรการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง จะมีบทบาทสำคัญต่อการลดความเสี่ยงให้แก่ครอบครัวผู้มั่งคั่งระดับสูง นอกจากนี้อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจ คือ การทำกิจกรรมเพื่อสังคม (Philanthropy) ซึ่งถูกมองว่าเป็นเครื่องมือด้านธรรมาภิบาลที่ช่วยเชื่อมโยงสมาชิกในครอบครัวต่างรุ่นเข้าด้วยกัน โดย นางลอร่า เฮมริก้า (Laura Hemrika) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Julius Baer Foundation อธิบายว่า การให้ที่มีโครงสร้างชัดเจนสามารถสร้าง ‘พื้นที่การเรียนรู้ที่เป็นกลาง’ ซึ่งช่วยเชื่อมโยงคนต่างรุ่นในครอบครัว สร้างเป้าหมายร่วมกัน และเสริมสร้างอัตลักษณ์ของครอบครัวให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่คนรุ่นใหม่ต้องการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม

ในช่วงเสวนาหัวข้อ “การยกระดับการบริหารความมั่งคั่งของครอบครัวให้เป็นมืออาชีพ” ผู้เชี่ยวชาญได้ชี้ให้เห็นถึงกระแสความเปลี่ยนแปลงที่เร่งตัวขึ้นของครอบครัวผู้มีความมั่งคั่งสูงในไทย ซึ่งหันมาใช้โครงสร้าง สำนักงานครอบครัว (Family Office) ในรูปแบบองค์กรมากขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศของความมั่งคั่งมีความซับซ้อนกว่าในอดีต หลายครอบครัวเริ่มเปลี่ยนผ่านจากการจัดการแบบไม่เป็นทางการ ไปสู่การวางกรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจน มีมาตรฐานการรายงานผลที่มีประสิทธิภาพ และมีกลไกการตรวจสอบที่รัดกุมยิ่งขึ้น โดย นายคริสตอส อนากนอสโตปูลอส (Christos Anagnostopoulos) กรรมการบริหารและหัวหน้าฝ่ายโซลูชัน/ที่ปรึกษาสำนักงานครอบครัว (เอเชีย) ของจูเลียส แบร์ กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นบทบาทที่เพิ่มขึ้นของสมาชิกครอบครัวรุ่นถัดไป การขยายการถือครองสินทรัพย์ข้ามพรมแดน และความต้องการระบบธรรมาภิบาลภายในครอบครัวที่ตรวจสอบได้ โดยเขาเน้นย้ำว่า กระบวนการบริหารจัดการในระดับมาตรฐานสากล จะช่วยให้ครอบครัวสามารถรับมือกับประเด็นข้อกฎหมายและภาษีในหลายเขตอำนาจศาลได้อย่างมั่นใจและชัดเจน

ขณะที่ นางสาวดอว์น เควก (Dawn Quek) Principal จาก Baker McKenzie สิงคโปร์ เน้นย้ำว่า เมื่อครอบครัวมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีความซับซ้อนของสินทรัพย์มากขึ้น พวกเขาจึงจำเป็นต้องแสวงหารูปแบบการดำเนินงานที่เป็นระบบเพื่อรองรับการตัดสินใจ การบริหารความเสี่ยง และความยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งการยกระดับ Family Office ให้มีความเป็นมืออาชีพ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการบริหารจัดการเท่านั้น แต่คือก้าวสำคัญเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้ครอบครัวสามารถรักษาสมดุลระหว่างความเป็นหนึ่งเดียวและความปรารถนาส่วนบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพี่น้องและเครือญาติต่างเข้ามามีบทบาทที่หลากหลายในธุรกิจของครอบครัวผู้เชี่ยวชาญทั้งสองเห็นตรงกันว่า Family Office ที่พัฒนาอย่างเป็นระบบจะช่วยเชื่อมคนรุ่นก่อนที่เน้นการรักษาความมั่งคั่งกับคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสนใจการลงทุนด้าน ESG เทคโนโลยี และธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าวล่าสุดของเรา
28 มกราคม 2569
SCB Julius Baer เปิดมุมมองเศรษฐกิจโลกครึ่งแรกของปี 2569 ชี้เป็นปีแห่งการ Reset และ Rebalance แนะเน้นกระจายการลงทุนทั่วโลก
บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ จำกัด (SCB Julius Baer) จัดงานสัมมนาเอ็กซ์คลูซีฟ “มุมมองเศรษฐกิจโลกช่วงครึ่งแรกของปี 2569” (Market Outlook H1/2026) ภายใต้หัวข้อ “Crossroads of a Growth Renaissance” สำหรับลูกค้าที่มีความมั่งคั่งระดับสูง นำเสนอปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการลงทุนในช่วงครึ่งปีแรก โดยจูเลียส แบร์ ให้มุมมองว่าภาพรวมเศรษฐกิจโลกและการลงทุนปีนี้จะเป็นปีแห่งการ “ปรับสมดุลและตั้งต้นใหม่ (Resetting and Rebalancing)” ของระบบการเงินโลก โดยหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญคือการแต่งตั้งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) คนใหม่ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านด้านผู้นำนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ความแตกต่างเชิงนโยบายระหว่างสหรัฐฯ ยุโรป และจีน กำลังทวีความชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนจำเป็นต้องทบทวนและจัดสรรการลงทุนในแต่ละภูมิภาคอย่างรอบคอบมากกว่าเดิม ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายเอเดรียน เมซซินาวเออร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายคีน ตัน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายการแนะนำการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ จำกัด พร้อมด้วย นายมาร์ค แมทธิว หัวหน้าฝ่ายวิจัยเอเชียแปซิฟิก นายหลุยส์ ชัว นักวิเคราะห์ ฝ่ายวิจัยภูมิภาคเอเชีย ธนาคารจูเลียส แบร์ และ นายเรย์ เจีย หัวหน้าฝ่ายวิจัย (ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไม่รวมประเทศอินเดีย) และรองหัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการค้า (ประเทศจีน) สภาทองคำโลก ร่วมงานสัมมนา เมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ
อ่านต่อ
Hover Image
การใช้และจัดการคุ้กกี้

ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ มีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุ้กกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของเรา เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น กรุณาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุ้กกี้